เอาละครับทีนี้เรามาถึงข้อมูลที่ทฤษฎีนี้ว่ากันไว้เมื่อตอนต้นว่า สิ่งเหล่านี้คืออะไรกันแน่และทำไมชาวดาวอังคาร (Martians) ถึงสร้างมันขึ้นมา ? คำตอบที่เค้าว่าเอาไว้ก็คือ มันถูกสร้างเพื่อให้เป็นวิหารไว้สำหรับเคารพและสักการะบูชาต่อดวงจันทร์ทั้ง สองของดาวอังคาร !! โดยชาวดาวอังคารก็เคยถูกมาเยือนด้วยสิ่งมีชีวิตที่ทรงปัญญาจากระบบสุริยะที่ ไกลออกไป และสั่งสอนศิลปะวิทยาความรู้ให้แล้วก็จากไป เช่นเดียวกันกับที่อาจจะเกิดขึ้นบนโลกเรานี้กับอารยธรรมโบราณต่างๆ !?!?! และผลพวงนั้นก็ทำให้เกิด Cydonia Complex ขึ้นมาเพื่อที่จะพยายามติดต่อและเพื่อเป็นที่สักการะของเหล่าชาวดาวอังคาร ต่อพระเจ้าของพวกเขานั่นเอง ด้วยการสร้างใบหน้าให้หันขึ้นไปบนท้องฟ้า เพื่อให้พระเจ้าของเค้ารู้ว่าพวกเขากำลังคอยการกลับมาของพระองค์อยู่ ฟังแล้วคุ้นๆ มั๊ยครับเหมือนกับหลายอารยธรรมบนโลกนี้เอาเสียจริง มันจะเป็นการบังเอิญที่เกินไปหรือเปล่า 
 
สมมุติว่าถ้าเกิดครั้งหนึ่งบนดาวอังคารเคยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่และมีอารายธรรมอยู่ บนนั้น ดังที่เคยกล่าวไปแล้วว่า ชาวอังคารอาจจะเคยถูกเยือนด้วยสิ่งมีชีวิตและทรงปัญญากว่าพวกเขาตอนนั้น แล้วก่อนหน้าที่จะมีผู้มาเยือนละ ? มันหมายถึงว่าในขณะนั้นพวกเค้าอาจมีเทคโนโลยีและความรู้ที่อาจยังล้าหลัง เหมือนยุคบรรพบุรุษของเราในยุคหินหรือยุคที่ยังมีความเชื่อต่อพระเจ้า และสิ่งที่มองไม่เห็นก็อาจเป็นได้ และเมื่อมีผู้มาเยือนจากฟากฟ้าแล้วสั่งสอนวิทยาความรู้ให้แล้วก็ทรงเสด็จ กลับไปยังบนฟ้า และนึกว่าดวงจันทร์เป็นที่ที่พระองค์ทรงเสด็จลงมา ก็
เลยสร้างวิหารและปิระมิดขึ้นมาตามที่กล่าวไว้ข้างต้น
 
อย่างนี้เปรียบได้กับอารยธรรมส่วนใหญ่บนโลกเราทื่มีการสักการะบูชาต่อดวง จันทร์ หรือว่าเราจะเดินตามรอยชองชาวดาวอังคารอีกคำรบนึง ? มาดูตัวอย่างบรรดาอารยธรรมที่มีการสักการะบูชาต่อสิ่งบนฟ้ากันดีกว่าครับ ชาวอียิปต์โบราณบูชาพระอาทิตย์และดวงดาว ชาวสุเมเรียนเคารพและบูชาดวงจันทร์ ชาวกรีกและโรมันนับถือต่อดวงดาวต่างๆ หลายๆ อย่างที่มองไม่เห็นและน่าเชื่อถือจะกลายเป็นพระเจ้าของพวกเขาไปในที่สุด แล้วถ้าเกิดชาวดาวอังคารเคยทำอย่างนี้มาก่อนละ ? กับดวงจันทร์ที่คิดว่าพระเจ้าอาศัยอยู่บนนั้นและคอยพิทักษ์รักษาพวกเขาอยู่ Cydonia Complex เลยกลายเป็นคำตอบในเวลาต่อมาจาก "The First Face" สร้างขึ้นเพื่อสักการะต่อดวงจันทร์โฟโบส และ "The Second Face" ต่อไดโมส "Deimos"
สิ่งนี้ คืออะไร ? 


คล้ายมั้ยครับ ? 


มีการเคลื่อนไหวของน้ำ ถ่ายโดยยานGlobal Surveyor 
รูปซ้ายเนี่ย E11-03412 ถ่ายในวันที่ 22 ธันวา 2001 

รูปขวา SO9-02603 ถ่าย 26 สิงหา 2005 
 

เมื่อสัก 5-6 ปีก่อน นาซ่าก็ออกมาบอกเองว่ามีน้ำอยู่บนดาวอังคารนะครับ
อยู่ในรูปของน้ำแข็งคลุกปนอยู่กับดิน ฝุ่นละอองและหิน ปกคลุมผิวพื้น อยู่หนา 3 ฟุต และเครื่องตรวจวัดบนยานโอเดซซีจับพบว่า มีก๊าซไฮโดรเจน 


คณะนักวิทยาศาสตร์ที่ควบคุมยานฟินิกซ์เขาก็บอกนะครับว่าดินบนดาวอังคาร
มีความคล้ายคลึงกับดินที่พบในทะเลทรายของชิลี และ ยานก็ได้พบส่วนสารเคมี
ในตัวอย่างดินที่ได้มาจากพื้นผิวของดาวอังคารด้วย 

เขาระบุว่า สารเคมีที่พบ คือ เพอร์คอเรต และคล้ายกับที่พบในทะเลทรายอาตาคามา
ของชิลี ที่มีจุลินทรีย์เป็นจำนวนมาก 
 

ยานอวกาศ มาร์ส โอดิสซี ที่โคจรอยู่รอบดาวอังคาร พบถ้ำ 7 แห่ง
บริเวณเนินลาดของภูเขาไฟบนดาวอังคาร 


ดูดีๆนะครับ ภาพซ้ายนี่ ดาวอังคาร 
ภาพขวา แอนตาร์กติก้า (ดาวโลก) 


ทั้งร่องรอยของน้ำ... 


และน้ำแข็ง... 
 

ภาพซ้าย ถ่ายปี 2001 ภาพขวา ถ่ายปี 2005 

ซึ่งแสดงให้เห็นถึงร่องรอยการไหลของน้ำ 
 

ภาพบนนี่คือภาพของสิ่งที่บอกว่าอาจเป็นทะเล 
อยู่บริเวณ Latitude 24.65° Longitude 207.10° 
 

บริเวณขอบๆ 
 

มีการเปรียบว่า คล้ายๆกับ วิหารอาบูซิมเบล ที่อียิปต์ 
 

ซึ่งก็มีการขยายภาพบริเวณปิรามิดดูเหมือนกัน 
 

พบสิ่งที่คล้ายกับวิหาร (รึเปล่า ?) 
 

บางกลุ่มเชื่อไปแล้วว่าเป็นวิหารแบบเดียวกับอันนี้  

Comment

Comment:

Tweet